02-712 -7338, 02-712-7159, 02-712-7176 @york-institute

Blogs

น้องลูกแก้วจาก MSc. Finance, Queen’s University Belfast เล่าประสบการณ์การเรียนในอังกฤษค่ะ

น้องลูกแก้วจาก MSc. Finance, Queen’s University Belfast มาเล่าประสบการณ์ตรงแบบเป็นกันเอง สนุกสุดๆค่ะ


สวัสดีค่ะ เราชื่อลูกแก้ว เราจบ ปริญญาตรี จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น พอจบปุ้บเราก็มีแพลนว่าจะต่อโทเลยและอังกฤษก็คือตัวเลือกแรกของเราเลยล่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี่เราเคยไปโปรแกรม Cultural exchange ที่ อังกฤษ แต่ตอนนั้น เราอยู่ในเวลล์ เมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Wrexham  ตอนนั้นเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เราได้เดินทางข้ามโลก ตื่นเต้นและติดใจสุดๆ ไปเลย ถึงขั้นไม่อยากกลับ เอาจริงๆนะ เราอยากไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ม.ปลายแล้ว แต่แม่เราเบรกไว้ บอกว่ารอให้จบปริญญาตรีก่อนแล้วค่อยไป ทีนี้พอจบตรีปุ้บเราก็เลยได้โอกาส แพลนของเราก็คือว่า เราอยากเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อน ที่จะเรียนต่อปริญญาโท เพราะเราเรียนจบ รัฐประศาสนศาตร์ การจัดการการคลังมา แต่เราจะเรียนต่อปริญญาโทด้านการเงิน ซึ่งเราคิดว่าไหนๆ ก็เรียนแล้ว เราก็อยากจะทำมันให้ดี ยังไงเราก็อยากจะเรียนเตรียมก่อน เป็นพวก graduate diploma อะไรอย่างนี้ แล้วค่อยต่อปริญญาโทอีกหนึ่งปี รวมเป็นสองปีเบาๆ  มันคงจะดีสำหรับเรา ที่จะได้หาประสบการณ์ ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนนอกก่อนที่จะเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง คือการทำงาน อีกอย่างภาษาเราก็ไม่แน่น จะให้การเรียนเราไม่แน่นอีกเหรอ

ดูจากแพลนเราเหมือนจะง่ายแต่เดี๋ยวก่อนคะ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะภาษาเราอ่อนมากๆ เราก็แบบท้อบ้าง สู้บ้าง แต่ความตั้งใจนี่มาเต็มมาก บอกตรงๆ งานนี้เราไม่ได้มาเล่นๆ   เพราะปริญญาโทใช้คะแนน IELTS ค่อนข้างสูง แล้วเราอ่อนมาก คือตอนเรียนปริญญาตรีเรียนภาษาอังกฤษก็แค่ตอนปีหนึ่ง แบบไก่ กา งูๆปลาๆ  แล้วคำว่า IELTS แค่ชื่อก็ขนลุก น้ำตาเอ่อล้นละคะ สอบเขียนเอย บรรยายกราฟเอย Essay เอย ไหนจะอ่านศัพท์นอกโลกอีก แล้วแบบ academic คือเรา general English ยังไม่รอดปะคะ แต่เราก็สอบไปสองรอบ จนได้บินไป ความจริงคะแนนเราบาง band ยังไม่ถึงหรอก แต่ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ เอเจ้นซ์มาก เพราะเวลามันก็ไม่ทันแล้ว ช่วงนั้นมันจะเปิดเทอมแล้ว เราไปเรียนสาย 2 อาทิตย์อะ

พูดถึงเอเจ้นซ์ ตอนแรกเราดูหลายที่มาก ไปๆ มาๆ มาเจอพวกพี่ๆ เค้าได้ยังไงก็ไม่รู้ พี่ๆ ที่ York institute เค้าก็แนะนำทุกอย่างเลย เราต้องการแบบไหน แบบไหนเข้ากับสถานการณ์ของเราที่สุด คือ IELTS เราน้อยอ่ะตอนนั้น เลือกได้ไม่เยอะ  แล้วเราไม่มีเวลาสอบใหม่แล้ว มันจะเปิดเทอมละ หรือ ไม่ก็รออีกปีเลย ซึ่งเสียเวลามาก ตอนนั้นในหัวมีหลายตัวเลือกมาก เอาจริงๆ นะ เราได้Offer จากหลายที่มาก มหาวิทยาลัยดีๆ ดังๆ ทั้งนั้นเลย แต่มันเป็นแบบ Condition คือIELTS ต้องผ่าน แล้วมหาวิทยาลัยที่เราได้คือต่อโทเลย ไม่ได้เรียนเตรียมก่อน ซึ่งไม่ใช่แนวทางของเราตั้งแต่แรก ทีนี่พี่ก้อย พี่เอเจ้นซ์คนเก่งของเรา เลยแนะนำ Queen’s University Belfast ครั้งแรกที่ได้ยิน ห๊ะ Belfast อยู่ไหวว๊า มีเมืองนี้ด้วยเหรอ พวกพี่ๆ เค้าก็เริ่มให้ข้อมูลดูรายละเอียดนั่นนี่ และเราก็ลอง research นั่นนี่มันใช่มากๆ คือเราไม่ชอบอะไรวุ่นวาย คือแบบ Belfast สนองนีด (need) เรามากกกก อีกอย่าง ranking ก็ดีงามมาก โดยเฉพาะเอก finance ที่เราจะเรียน เราก็โอเค และนี่คือแพลนของเรา
–         เรียนภาษา สามเทอม (9 เดือน) แต่ถ้าเราทำคะแนนได้เราก็เรียนแค่สองเทอมพอ (หกเดือน) และต้องสอบให้ผ่าน 55 % ทุก skill
–         Graduate diploma in finance 9 เดือน
–         Master degree in finance 1 ปี

ตอนเรียนภาษาเราเรียนแบบชิวไม่เครียดเลย ไม่รู้สิ เราสนุกกับการเรียนมาก แต่มีเพื่อนเราบางคนก็เครียดมากเหมือนกัน มีหลายคนที่ไม่ผ่าน แต่ถ้าตั้งใจจริงๆ เราว่ามันก็ไม่ยากเลยนะ เราแค่ตั้งใจเรียนในห้อง แล้วทำการบ้านแค่นั้นแหละ เราเป็นเด็กไม่ค่อยดีเท่าไหร่คือแบบไม่ค่อยทบทวน เราเอาเวลาว่างไปเที่ยว ไปนั่นนี่ก็เพื่อนไปเรื่อย 55555 อีกอย่างถ้าเราตั้งใจเรียนในห้อง แล้วทำการบ้านส่งก็น่าจะพอสำหรับเรา เพราะเราต้องการไม่เยอะ แค่ 55 % เอง ก็เลยชิวได้ล่ะมั้ง อีกเรื่องคือการบ้าน มันไม่มีคะแนนเก็บนะ มันมีแต่คะแนนสอบ แต่การทำการบ้านคือช่วยมาก มันทำให้รู้ว่าเราเข้าใจสิ่งที่เรียนไปแค่ไหน และอีกอย่างที่ into ก็สอนดีมากๆ คืออะไรที่เราไม่เข้าใจเราสามารถเอาไปถามนอกรอบกับอาจารย์ได้ หรือไม่ก็ในคลาส แล้วอาจารย์ก็ถามเสมอว่าอยากเรียนแบบไหนสอนแบบนี้โอเคไหม เรียกได้ว่าโอเคมากๆ คือคุยได้เกือบทุกเรื่อง บางทีเรามีปัญหาช่วงหาหอไม่ได้อาจารย์ก็มีช่วยนั่นนี่ รู้สึกประทับใจสุดๆ และ staff แทบทุกคนก็แฟรนลี่มากๆ มีปัญหาอะไรช่วยหมดเลย คืออยู่แบบสบายใจเลยละ และอีกอย่างเราได้เพื่อนดีๆเยอะมากกกกกก คือดีงาม ถึงจะมีนักเรียนจีนเยอะกว่าชาติอื่นเหอะนะ แต่ก็โอเคนะสำหรับเรา เพราะพวกเค้าก็ดี และเราก็มีเพื่อนมาจากหลายประเทศเลย ก็เรียนรู้กันไป สุดท้ายคะแนนเราผ่านสองเทอมมาได้ด้วยดี เรียกได้ว่าลดเวลาเรียนและค่าใช้จ่ายไปอีกเทอม

Belfast เป็นเมืองหลวงของ Northern Ireland เป็นเมืองน่าอยู่และผู้คนน่ารักมากๆ สามารถเดินไปได้ในทุกๆที่ มันไม่ได้เป็นเมืองที่เงียบงันนะ city center ก็ใหญ่นะ แล้วก็มีแบบ night life ก็เยอะ คือเอาง่ายๆ ครบ อีกอย่างที่เที่ยวใกล้ๆ ก็เยอะพวก Giant Cosway เพื่อนเราไปมาสวยมาก เรายังไม่มีโอกาสได้ใปเลย แต่เรามีแพลนว่าจะไปให้ได้ หรือถ้าอยากไปเที่ยวสก็อตแลนก็ง่ายมากๆ แค่นั่งเฟอรี่ไป ถูกและดี เราว่าโอเคกว่าบินไปอีก เฟอรี่ของเค้าดีงามมาก คือมีทุกอย่าง ร้านอาหาร entertainment ช้อปปิ้ง คือเหมือนอยู่ในห้าง แต่จริงๆ อยู่บนเรือ ส่วนเรื่องอากาศ ช่วงที่เรามาถึงมันกลางๆ ปีอากาศดีมาก เหมาะแก่การท่องเที่ยว จากนั้นก็เป็น autumn ฤดูใบไม้ผลิ สวยงามมากกกก เหมือนอยู่ในนิยาย แต่ตอนนี้ winter คือหนาวมากกกกก เราแทบไม่อยากออกไปไหน ตอนนี้ก็เริ่มมีหิมะแล้ว สวยแต่หนาว 55555 แทบจะรอเจอซัมเมอร์ไม่ไหวแล้ว

ตอนช่วงเบรคของแต่ละเทอมเราก็ไปเที่ยวนั่นนี่ ลอนดอน สก็อตแลน แล้วก็เมืองในไอร์แลนเหนือ ตอนแรกความตั้งใจของเราอยากจะเรียนที่กลาสโกว (Glasgow) มากๆ แต่พอเราได้ไปเที่ยว เราว่าเราชอบ belfast มากกว่านะ ไม่รู้สิ รู้สึกว่าตัวเองเลือกไม่ผิดจริงๆ

York Institute 283/43 Home Place Bldg (9th Fl) Sukhumvit 55 (Thonglor 13), Bangkok 10110 THAILAND Tel: (662) 712-7159, 712-7176 712-7338 Fax: (662) 712-7339 Email: info@york-institue.com Copyright © 2011 All Rights Reserved.