Visa Info

การขอวีซ่านักเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา
สำหรับผู้ที่จะไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาจะต้องมีวีซ่านักเรียน ซึ่งเป็นประเภทชั่วคราว และแบ่งเป็นประเภทต่างๆ เช่น
ประเภทF-1 เป็นวีซ่านักเรียนที่สมัครเข้าเรียนภาษาอังกฤษ หรือวิชาการตั้งแต่มัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษา โดยใช้ทุนของตัวเอง หรือที่เรียกว่าทุนส่วนตัว
ประเภท J-1 เป็นวีซ่าสำหรับ นักเรียน นักศึกษา ที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน หรืออาจารย์ นักวิชาการที่ได้รับทุนการศึกษา
ประเภท M-1 เป็นวีซ่านักเรียนที่เรียนในหลักสูตรที่เป็นอาชีวศึกษา
ดังนั้นผู้ขอวีซ่าต้องทราบวัตถุประสงค์ของการขอวีซ่าของตนเอง และถึงแม้ว่าจะมีวีซ่าสหรัฐประเภทอื่น เช่น วีซ่านักท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากวัตถุประสงค์ที่เข้าประเทศครั้งนี้คือไปเรียน ก็ต้องยื่นขอวีซ่านักเรียนให้ถูกประเภทด้วย
หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 รัฐบาลอเมริกันกำหนดให้ผู้ขอวีซ่าต้องได้เข้ารับการสัมภาษณ์ พร้อมทั้งมีการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งการขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาที่เคยมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วที่สุด ต้องมีขั้นตอนมากที่สุด และใช้เวลานานที่สุด
จากปัญหาดังกล่าวทำให้สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทยได้พยายามพัฒนาการบริการให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยนขั้นตอนโดยให้บริษัทเอกชนเข้ามาจัดระบบการขอข้อมูล และจองวันสัมภาษณ์ ระบบใหม่จะช่วยลดจำนวนครั้งที่ผู้ขอวีซ่าต้องเดินทางไปยังสถานทูตให้เหลือเพียงครั้งเดียว และผู้ขอวีซ่าสามารถจองวัน และเวลาสัมภาษณ์ตามที่ตนเองสะดวก เมื่อสถานทูตออกวีซ่าให้ หนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าจะถูกส่งคืนให้ผู้ขอวีซ่า โดยการบริการ EMS ของบริษัทไปรษณีย์ไทย ทั้งนี้ในวันสัมภาษณ์ ผู้ขอยื่นวีซ่าต้องชำระค่าธรรมเนียม 55 บาท สำหรับการบริการดังกล่าวให้กับบริษัทไปรษณีย์ไทย ที่ประจำในสถานทูต
ข้อมูลขอวีซ่าและขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์
ขั้นตอนในการขอวีซ่า
- ชำระค่าธรรมเนียม ในการยื่นขอคำร้องขอวีซ่าเป็นเงิน 3,800 บาท ($ 100) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการตามสาขาต่างๆที่ระบุใน http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/NIVChecklist.pdf
- ซื้อรหัสประจำตัว(PIN) ได้โดยตรงตามเว็บไซต์ หรือผ่าน call center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว(PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
- บริการรหัสประจำตัว(PIN) ทางเว็บไซต์ ค่าธรรมเนียม 456 บาท
- บริการรหัสประจำตัว(PIN) ทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม 760 บาทบริการทางเว็บไซต์
จองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
ค่าธรรมเนียม 456 บาท
ไม่ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง
ข้อมูลหาอ่านได้ทางอินเตอร์เน็ต
บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด
ภาษาที่ใช้: ไทยและอังกฤษ
สามารถเข้าเว็บไซต์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในเวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) หรือ 10 วัน หลังวันนัดสัมภาษณ์ ขึ้นอยู่กับว่าเวลาใดมาถึงก่อน
สามารถยกเลิกและสามารถขอสัมภาษณ์ใหม่ได้ 2 ครั้งบริการทางโทรศัพท์( call center)
จองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
ค่าธรรมเนียม 760 บาท
ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
เจ้าหน้าที่ตอบคำถามต่างๆของท่าน
บริการเวลา 08.00-17.00 น. วันจันทร์-วันศุกร์ยกเว้นวันหยุดราชการไทย
ภาษาที่ใช้: ไทยและอังกฤษ
โทรติดต่อสอบถามได้ 3 ครั้ง สามารถยกเลิกและนัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ 2 ครั้ง - จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน(สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง)
- หาข้อมูลจาก
- เว็บไซต์ของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและสถานกงสุล โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm
http://bangkok.usembassy.gov/consulcm/
- อีเมล์ถึง visabkk@state.gov และconschiangmai@state.gov โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ทางเว็บไซต์ภายใน 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว(PIN) สำหรับข้อมูลด้านวีซ่า และจองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์
- call center เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและวันสัมภาษณ์ สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ 3 ครั้งเมื่อซื้อรหัสประจำตัว(PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่า และจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ - เตรียมเอกสารและรูปถ่าย ตามที่กำหนด
- เฉพาะผู้ขอวีซ่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิง ราคา 55 บาท
- ไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามเวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย
- เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ ด่วนพิเศษ (EMS) ที่สถานทูตราคา 55 บาท
- หนังสือเดินทางส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ
เอกสารที่ต้องนำมาในวันนัดสัมภาษณ์
ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกท่านต้องยื่นเอกสารประกอบคำร้องขอวีซ่าดังต่อไปนี้ หากยื่นคำร้องโดยมีเอกสารไม่ครบถ้วน คำร้องของท่านจะไม่ถูกพิจารณา
- หนังสือเดินทาง (passport)ที่ยังมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนก่อนระยะเวลาที่ท่านตั้งใจจะพำนักในประเทศสหรัฐฯหากมีบุคคลปรากฏในหนังสือเดินทางมากกว่า 1 คนท่านจำเป็นต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าแยกสำหรับแต่ละบุคคลที่จะเดินทางไปสหรัฐฯโปรดนำหนังสือปัจจุบันของท่านที่ยังไม่หมดอายุ และหนังสือเดินทางฉบับเก่าที่มีวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯมาแสดงด้วย
- กรอกรายละเอียดและลงชื่อ ในแบบฟอร์มยื่นคำร้องขอวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ DS-156 สำหรับผู้ยื่นคำร้องแต่ละคนทุกระดับอายุ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต http://evisaforms.state.gov
- ผู้ยื่นคำร้องทุกคนยังต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-157 และ DS-158 โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องออนไลน์ได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov
หมายเหตุ
โปรดตอบคำถามทุกข้อ หากผู้ยื่นคำร้องไม่ตอบคำถามทั้งหมดในแบบฟอร์มนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะไม่ได้รับการสัมภาษณ์ ในข้อที่ #3 ท่านต้องใส่ชื่อ/นามสกุล ก่อนสมรส ชื่อทางศาสนา และชื่ออื่นๆที่ท่านเคยใช้ หากบุคคลอื่นเป็นผู้กรอกแบบฟอร์มให้ ผู้ที่กรอกแบบฟอร์มจะต้องพิมพ์ และลงลายมือชื่อไว้ที่ข้อ # 40 โดยผู้ยื่นคำร้องต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่บุคคลผู้นี้เป็นผู้กรอกให้ - รูปถ่ายขนาด 5*5 ซม. ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ของผู้ยื่นคำร้องแต่ละราย ทุกระดับอายุ ต้องถ่ายโดยใช้พื้นหลังสีขาวโดยผู้ยื่นคำร้องต้องมองตรงมาที่กล้อง เปิดหู ห้ามสวมแว่นตาดำหรือหมวก(เว้นแต่ศาสนาที่ผู้ยื่นคำร้องมีข้อห้ามถอดหมวก) สัดส่วนใบหน้าต้องเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ของรูปถ่าย ท่านชำระค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียวเท่านั้นใช้กาวติดรูปถ่ายลงในแบบฟอร์ม DS-156 ในบริเวณที่จัดไว้ให้ ห้ามใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บรูปถ่ายติดกับแบบฟอร์มDS-156
- เมื่อมาสถานทูตในวันนัดสัมภาษณ์ ผู้ยื่นคำร้องต้องซื้อซองจดหมายบาร์โค้ด ที่บู้ทที่ทำการไปรษณีย์ภายในสถานทูต ในราคา 55 บาท เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกที่อยู่ของผู้ยื่นคำร้อง พร้อมกับรายละเอียดอื่นๆและเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้กับบาร์โค้ดบนซองจดหมาย
- หลักฐานการชำระเงินของค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า ค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้อง(ไม่คืนเงิน)สำหรับผู้ยื่นคำร้องแต่ละท่านจำนวนเท่ากับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจ่ายเป็นเงินบาท ผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นใบเสร็จฉบับจริงแนบติดมาพร้อมกับคำร้องขอวีซ่าแต่ละชุดเพื่อเป็นหลักฐานการชำระเงิน สถานทูตไม่รับเช็ค หรือเงินสด ท่านสามารถชำระเงินได้ที่เคาน์เตอร์ Pay at Post ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
- เอกสารสำเนาจากต้นฉบับที่แสดงถึง
- วัตถุประสงค์ของการเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาของท่าน
- เอกสารยืนยันที่แสดงให้เห็นว่าท่านมีเงินทุนเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดขณะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแสดงถึงวิธีอื่นๆที่จะจัดการกับค่าใช้เหล่านั้น และ
- หลักฐานแสดงความตั้งใจที่จะเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาของท่านเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ - วีซ่าบางประเภทต้องใช้เอกสารประกอบพิเศษ เช่น วีซ่าสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน วีซ่าสำหรับนักเรียน หรือวีซ่าสำหรับผู้ไปทำงานชั่วคราว ต้องยื่นเอกสารเหล่านี้พร้อมกับแบบฟอร์มยื่นคำร้องของท่าน สถานกงสุลไม่มีเอกสารเหล่านี้ไว้ให้กับผู้ยื่นคำร้อง ผู้ยื่นคำร้องต้องขอรับจากองค์กรแลกเปลี่ยน โรงเรียน หรือนายจ้างของท่านเอง
- แบบฟอร์ม I-20 (M-N) (กรอกข้อมูลและมีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่โรงเรียน และผู้ยื่นคำร้องกำกับอยู่)
หลักฐานประเภทต่างๆที่สามารถนำมาใช้พิสูจน์ถึงความผูกพันที่มีต่อ ประเทศไทยของผู้ยื่นคำร้อง
หลักฐานที่เกี่ยวกับการจ้างงาน หรือการศึกษา
นักเรียนควรแสดงหลักฐานการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
สินทรัพย์ทางการเงิน
หลักฐานที่สถานทูตรับไว้พิจารณาประกอบด้วยสมุดธนาคารของผู้ยื่นคำร้อง และสมุดธนาคารของกิจการแสดงรายการค่าใช้จ่ายจากบัญชีเงินฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน หรือบัญชีออมทรัพย์ ควรแสดงเอกสารต้นฉบับในวันสัมภาษณ์ด้วย และสถานทูตอาจเก็บสำเนาเอกสารทางการเงินไว้
อื่นๆได้แก่
ใบทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบทะเบียนสมรสหรือภาพถ่ายวันสมรส และท่านสามารถนำสูติบัตร มาใช้ยืนยันความผูกพันของครอบครัว
ทั้งนี้การแสดงเอกสารหลักฐานเท็จ หรือการป้อนข้อมูลปลอมหรือไม่ถูกต้อง ลงในแบบฟอร์มการยื่นคำร้อง หรือต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการสัมภาษณ์ อาจทำให้ท่านกลายเป็นบุคคลที่หมดสิทธิ์ยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร ที่ทำการไปรษณีย์ ท่านสามารถใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว(PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการรหัสประจำตัว (PIN)นี้สามารถใช้ได้หลังเวลา 13.00 น. ในวันทำการถัดไป
เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียน
- หนังสือเดินทาง
หนังสือเดินทางของท่านควรมีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือนหลังจากยื่นวีซ่า ท่านควรนำหนังสือเดินทางทุกเล่มที่มีอยู่ ทั้งที่หมดอายุไปแล้ว และยังใช้ได้อยู่(ถึงแม้จะมีวีซ่าเข้าออกสหรัฐฯหรือไม่ก็ตาม) มายื่นด้วยเพื่อประกอบ ในการพิจารณาการขอวีซ่าของท่าน - ภาพถ่าย
1 รูป (เป็นภาพสีหรือขาวดำ) โดยฉากหลังของรูปต้องเป็นสีขาวเท่านั้น ขนาด 50*50 มม.(หรือ 2*2 นิ้ว)เป็นรูปถ่ายหน้าตรง เห็นหูทั้ง 2 ข้าง ใบหน้าต้องมีขนาดใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งของรูปถ่าย และต้องเป็นรูปถ่ายที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน - แบบฟอร์ม I-20หรือ DS-2019
ผู้ยื่นขอวีซ่านักเรียนต้องยื่นแบบฟอร์ม I-20 (ออกให้โดยทางโรงเรียนในสหรัฐฯ)สำหรับนักเรียน นักศึกษาทั่วไป ที่ขอวีซ่าประเภท F-1และแบบฟอร์ม DS-2019 สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน หรือนักเรียนทุนที่ขอวีซ่าประเภท J-1 กรุณาเซ็นชื่อ และวันที่ซึ่งอยู่ด้านล่างของแบบฟอร์มด้วย - หลักฐานการศึกษาที่ผ่านมา
ผู้ยื่นคำร้องต้องแสดงใบแสดงผลการเรียนล่าสุด(TRANSCRIPT) ตัวจริง สำหรับผู้ขอวีซ่านักเรียนที่ไม่ได้ขอวีซ่าทันทีในปีที่จบการศึกษาควรยื่นหลักฐานการทำงานประกอบด้วย - หลักทรัพย์
ผู้ยื่นคำร้องควรยื่นเอกสารทางการเงินที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อแสดงตนเองมีเงินทุนเหมาะสมที่จะครอบคลุมถึงค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าครองชีพที่อยู่ในสหรัฐฯ โดยอาจยื่นบัญชีเงินฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน บัญชีออมทรัพย์และ/หรือ ตั๋วสัญญาใช้เงินที่เป็นของบุคคลที่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ข้อพึงปฏิบัติ ท่านควรยื่นแสดงเอกสารต้นฉบับเท่านั้นทางสถานทูตไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องเก็บสำเนาเอกสาร - หลักฐานถิ่นที่อยู่ของท่านภายนอกสหรัฐฯ
การยื่นขอวีซ่านักเรียนหมายถึง ผู้นั้นขอเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯเป็นการชั่วคราว ก่อนที่ทางเราจะออกวีซ่าเข้าเมืองชั่วคราว ท่านต้องแสดงให้เป็นที่พอใจต่อเจ้าหน้าที่กงสุลว่าท่านไม่มีความประสงค์ที่จะเป็นบุคคลเข้าเมืองถาวร ผู้ยื่นคำร้องจะแสดงได้โดยการแสดงหลักฐานความผูกพันทางครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคมอื่นๆที่มีภายนอกประเทศสหรัฐฯ ญาติพี่น้อง นายจ้างหรือเพื่อนไม่สามารถรับประกันการเดินทางกลับของท่านแทนการยื่นหลักฐานดังกล่าวได้ทางเจ้าหน้าที่กงสุลต้องพิจารณาจากสถานการณ์ของบุคคลผู้ยื่นขอวีซ่า ว่าผู้นั้นมีคุณสมบัติจะได้รับวีซ่าด้วยตนเองหรือไม่ โดยไม่คำนึงว่าผู้ใดเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ข้อสำคัญคือ เจ้าหน้าที่กงสุลพิจารณาการออกวีซ่าบนพื้นฐานของพระราชบัญญัติการตรวจคนเข้าเมือง และสัญชาติสหรัฐฯ กฎหมายฉบับนี้ระบุว่า “เมื่อใดก็ตามที่บุคคลใดยื่นคำร้องขอวีซ่า ภาระการพิสูจน์จะตกกับบุคคลผู้นั้น ในการที่แสดงตนว่ามีคุณสมบัติ” กฎหมายเข้าเมืองสหรัฐฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่กงสุลปฏิเสธคำร้องของผู้ยื่นขอวีซ่า หากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถแสดงหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามิได้มีความประสงค์ต่อการเป็นบุคคลเข้าเมืองถาวร
ติดต่อสถานทูตอเมริกาสำหรับกรุงเทพฯ
ที่อยู่ 95 ถ.วิทยุ กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0-2205-4000
โทรสาร 0-2205-4131
เวลาทำการ จันทร์ ถึง ศุกร์ 07.00-16.00 น.
เว็บไซต์
http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/visa.htm
การขอข้อมูลวีซ่า และการจองสัมภาษณ์
















