02-009-1172, 094-916-1644, 094-661-9626 @york-institute

Blogs

(ตอน 1) live สดจาก Melbourne ทัวร์สถาบันภาษา Impact English Collegeกับคุณแนต, คุณโอ๊ต และคุณ Mike, Student Advisor

วันนี้คุณแนตมาให้ข้อมูลแบบละเอียดยิบทั้งแนะนำเมือง Melbourne, แนะนำโรงเรียน, หลักสูตร, อัพเดตโปรโมชั่น, พร้อมเล่าประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานและใช้ชีวิตที่ออสเตรเลียที่มีประโยชน์กับน้องๆ สุดๆ  เช่นเดียวกับคุณโอ็ตที่มาเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตและทำงานที่ออสเตรเลีย 10 กว่าปี พร้อมแนะนำอาชีพต่างๆ ที่น้องๆ สามารถทำได้ในออสเตรเลีย และปิดท้ายกับการทัวร์โรงเรียนทั้ง Melbourne campus และ Brisbane campus คลิกที่ภาพเพื่อฟังสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ (หรือจะอ่านบทสัมภาษณ์ด้านล่างก็ได้ค่ะ)

 

 

York: สวัสดีค่ะ พี่เกลจาก York นะคะ วันนี้เราจะคุยกันเรื่องของการเรียนภาษาที่ ออสเตรเลีย กับ Impact นะคะ แล้ววันนี้พี่เกลไม่ได้มาคนเดียวนะคะเรามีแขกรับเชิญมาเยอะแยะเลย ขอต้อนรับ พี่แนต กับ พี่โอ๊ต ค่ะ

พี่แน็ต Impact : สวัสดีค่ะทุกคน

พี่โอ๊ต Impact :สวัสดีครับทุกคน

York: เดี๋ยวให้พี่แนตและพี่โอ๊ตแนะนำตัวกันก่อนนะคะ

พี่แน็ต Impact : ได้ค่ะ เริ่มจากพี่แนตก่อนแล้วกันเนอะ สวัสดีค่ะ พี่แนตนะคะ พี่แนตเป็นเจ้าหน้าที่ Student advisor ดูแลน้องๆนะคะอยู่ที่โรงเรียน Impact English College ที่ Melbourne ค่ะ

พี่โอ๊ต Impact : พี่โอ๊ตนะครับ สวัสดีครับน้องๆ พี่เป็น Student advisor coordinator ดูแลน้องๆ นักเรียนไทยและน้องๆ ทุกชาติเลยที่เข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้นะครับ ที่ Impact Melbourne พี่อยู่ที่ Melbourne เหมือนกันครับผม

York: โอเคค่ะเรามาพูดถึงเรื่องเรียนกันนะคะ โรงเรียน Impact นี่เป็นมายังไงคะ เปิดมานานหรือยัง แล้วก็มีกี่ Campus คะ

พี่แน็ต Impact : ค่ะ เดี๋ยวพี่แนตจะเป็นคนจัดการนะคะ

พี่โอ๊ต Impact : ส่วนพี่โอ๊ตจะกลับมาอีกทีช่วง School Tour นะครับ น้องๆ จะได้ไปเห็นภาพจริงกันด้วยว่าโรงเรียนเป็นยังไง

York: ได้ค่ะ

พี่แน็ต Impact : ขอบคุณค่ะพี่โอ๊ต พี่แนตขอพูดถึง Impact English College ก่อนนะคะ Impact English College ของเราเนี่ยก็มีอยู่ 2 Campus ด้วยกันนะคะ ก็มีที่ Melbourne และที่ Brisbane นะคะพี่แนตก็จะอยู่ที่ Melbourne ค่ะ
ส่วนที่ Brisbane จะเป็นคุณไมค์ ค่ะที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลน้องๆ นักเรียนไทยนะคะ
ถ้าเป็น Impact Melbourne เนี่ย เราเปิดมาแล้ว 11 ปี ขึ้นปีที่ 12 แล้วค่ะ แล้วที่ Brisbane เนี่ย เราพึ่งครบรอบฉลอง 5 ปีไปเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วค่ะ ประวัติความเป็นมาก็เป็นโรงเรียนภาษาอย่างเดียวนะคะของเราเป็นโรงเรียนสอนภาษา อังกฤษ ค่ะ มุ่งเน้นพัฒนา ภาษาอังกฤษให้กับ น้องๆ ค่ะ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ น้องๆ ตั้งใจไว้นะคะ

York: แล้วปกติ ห้องเรียนมีนักเรียนประมาณกี่คนคะ

พี่แน็ต Impact : ปกติแล้วถ้าเป็นสถานการณ์ปกติเลยนะคะ ห้องนึงจะมีประมาณ 15-18 คนค่ะซึ่งจะไม่เกินจำนวนนี้อยู่แล้วนะคะ ขึ้นอยู่กับน้องๆ ที่เข้ามา นะคะ แล้วก็อันนี้พี่แนตบอกเลยนะคะ ว่า Nationality ของนักเรียนในห้องเรียนเนี่ย คุณครู หรือว่า Academic coordinator จะเป็นคนจัดให้ค่ะ
ก็คือว่า เขาจะพยายามเกลี่ยคละๆ กันในแต่ละห้องคะ แต่ว่าบางทีน้องๆ ก็จะมีบ่นบ้างว่า โอ้โห ทำไมเด็กไทยเยอะจัง ซึ่งตรงนี้บางทีใน Level บาง Level น้องๆ จะอยู่กันนานนิดนึง น้องจะไม่ยอมไปไหนรัก Level ของตัวเองค่ะ แต่ว่า Academic coordinator เขาก็จะพยายาม เกลี่ยให้ค่ะในเรื่องของ Nationality mix เนี่ยค่ะ

York: ส่วนใหญ่แล้วนักเรียนที่นี่มากจากที่ไหนบ้างคะ

พี่แน็ต Impact : หลักๆ แล้วที่นี่จะเป็นนักเรียนมาจากญี่ปุ่นจะเยอะมากๆ เลยค่ะ แล้วรองมาก็จะเป็นนักเรียนจากทาง South America ก็จะเป็นทางด้าน โคลัมเบีย บราซิล แล้วก็ ไทยค่ะ แล้วนอกจากนี้เราก็มีน้องๆ จากทางยุโรปก็มีมาเรียนค่ะ แล้วก็ ไต้หวัน ลาว อินโดนีเซีย เกาหลี อันนี้ก็จะเป็นตลาดหลักๆของเราค่ะ แล้วก็มี ฮ่องกง ด้วยปะปรายค่ะ

York: แล้วปกติมีเด็กไทยทั้งหมดประมาณกี่คนคะ

พี่แน็ต Impact : ทั้งหมดจะมีประมาณ 100 กว่าคน บางช่วงก็มีถึง 200 คน แต่ส่วนใหญ่จะมีนักเรียนไทยอยู่ที่ 100 กว่าคนค่ะ

York: แล้วต่อห้องเรียนนึงจำกัดไหมคะว่าให้มีนักเรียนไทยต่อห้องกี่คนคะ

พี่แน็ต Impact : อันนี้ถ้าสมมุติใน 1 ห้องเรียนมี 18 คน ยังไงก็จะมีอยู่ที่ประมาณ 3- 4 คน ซึ่งเขาจะต้องเกลี่ยแล้วค่ะ อย่างสมมุติน้องสอบเลื่อนชั้นได้ก็จะได้ไปคลาสเรียนอื่นค่ะ แต่ส่วนใหญ่ ก็จะไม่เกิน 3- 4 คน Maximum ก็ไม่เกิน 5 คนค่ะ เพราะทาง Academic coordinator จะต้องมีการจัดห้องใหม่และดูตารางห้องเรียนให้น้องๆทุกสัปดาห์ด้วยค่ะ

York: หลักสูตรที่เปิดสอน ในโรงเรียน Impact English มีหลักสูตรอะไรบ้างคะ

พี่แน็ต Impact : หลักสูตรที่เปิดสอน ที่โรงเรียนเราก็จะมี General English จะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อฝึก การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นเลยน้องๆ มาใหม่ๆ ส่วนใหญ่ก็จะลงเรียน General English กันก่อนนะคะ แล้วคอร์สนี้ก็เป็นการฝึกความมั่นใจให้น้องๆ ด้วยและเป็นการปรับภาษาให้ตัวน้องๆ เองด้วยค่ะ น้องๆ บางคนอาจจะแบบเราก็เคยเรียนมาแล้วนะภาษา แต่ไม่ได้ใช้ แต่พอมาอยู่คอร์สนี้ปุ๊ปเนี่ย คุณครูเขาก็ขะช่วยให้น้องๆ ฝึกภาษาอังกฤษขึ้นมาปรับระดับขึ้นมาอีกนิดนึง

คอร์สถัดไปก็จะมี Extreme English ตัวนี้ชื่อก็บอกอยู่นะคะว่า Extreme ก็จะมีความเข้มข้นมากขึ้นแล้วคอร์สนี้ก็จะมี Intake ทุกๆ เดือน จะไม่ได้เปิดรับทุกๆ วันจันทร์นะคะ คอร์สนี้จะเป็นคอร์สที่มีความเข้มข้นมีความ Intensive มากขึ้นสำหรับน้องๆ ที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษแล้วต้องการไปเรียนต่อหรือน้องๆ ที่ต้องการเอาไปใช้ในการทำงานจริงจังภาษาอังกฤษที่เราเรียนคอร์สนี้จะเป็น Academic มากขึ้นถ้าเป็นคำว่า Academic เนี่ยน้องๆที่ต้องการเรียนต่อจะรู้เลยว่า IELTS ที่จะสอบก็เป็น Academic ด้วยนะคะ

ส่วนคอร์สถัดไป ก็เป็น คอร์ส ยอดฮิตอีกอันนึงเหมือนกันก็คือ IELTS ค่ะ เมื่อกี้พี่แนตเกริ่นมาก่อนแล้ว IELTS ก็จะเป็นคอร์สที่น้องๆ เรียนเพื่อเป็นการฝึกทำข้อสอบด้วยค่ะ เป็นการติว IELTS เพราะน้องๆ ที่ต้องการไปสอบ IELTS เพื่อการเรียนต่อเนี่ย น้องๆก็จะมาลงเรียนคอร์สนี้ค่ะ คอร์ส IELTS ปกติเราจะมี Intake ทุกเดือน เหมือนกันค่ะ แต่ช่วงเดือนธันวาคมเราจะไม่มี Intake เพราะเดือนธันวาคม เราจะมี Christmas break มันอาจจะรัน (run)ได้ไม่ครบค่ะ แต่นอกนั้นก็จะเป็นเดือนละครั้งค่ะ

คอร์สถัดไป ก็เป็น คอร์ส ยอดฮิตอีกเหมือนกัน ก็คือ Barista คอร์ส ค่ะ คอร์สนี่เป็นการเรียนภาษาอังกฤษจากการฝึกทำกาแฟนะคะ คอร์สนี้จะเป็นคอร์สที่ค่อนข้างขายดีตรงที่ว่า ทางเรามี Partner ค่ะ ที่ Impact Melbourne จะเป็น Partner กับ William Angliss ค่ะ เพราะ William Angliss เป็นโรงเรียน Hospitality อันดับ 1 ของ Melbourne

ส่วนที่ Queensland เราก็จะเป็น Partner กับ Tafe Queensland ค่ะ น้องๆที่เรียนคอร์สนี้จะเรียน 5 สัปดาห์เท่านั้นค่ะก็เป็น 5 สัปดาห์สั้นๆ ที่น้องๆ มาเรียนแล้วน้องๆจะต้องไปเรียนที่ TAFE ด้วยค่ะที่เมื่อกี้พี่แนตกล่าวไปอ่ะนะคะน้องๆ จะได้ใบประกาศทั้งจาก Impact แล้วก็จาก TAFE ด้วยนะคะ

คอร์สถัดไป เป็น Business English นะคะ จะเป็นอะไรที่น้องๆจะต้องมี Level ภาษาอังกฤษที่สูงนิดนึงค่ะ จะเป็นการสอนว่าภาษาอังกฤษที่อยู่ในระดับ Upper Intermediate General English แล้วน้องๆ ที่จะเอาไปใช้ในการทำงานจะเอาไปใช้ยังไง
Business English จะเป็นคอร์สสั้นเหมือนกันค่ะจะอยู่ที่ 10 สัปดาห์ นะคะ จะสอนเกี่ยวกับการ Present งาน การทำ Resume การสัมภาษณ์งาน ค่ะ

ส่วนคอร์สสุดท้ายจะเป็น คอร์สอีกคอร์สนึงที่อยากนำเสอนะคะ จะเป็น Cambridge English ค่ะ
Cambridge English ตัวนี้จะเป็นการเรียนเพื่อสอบค่ะ พอเรียนจบปุ๊ปก็จะมีการสอบค่ะ ใบประกาศจากการสอบที่ได้จะออกมาจากทางอังกฤษเลยค่ะ จะเป็นผลสอบมาจากทาง Cambridge ค่ะ คอร์สนี้เป็นอีกหนึ่งคอร์สที่ น้องๆ ที่ต้องการจะไปสอบ IELTS มักจะมาลงเรียนคอร์สนี้ด้วยเหมือนกันค่ะ Cambridge จะมีอยู่ 2 Level ค่ะ เลเวลแรกจะเป็น FCE และ CAE ค่ะ  น้องๆ เรียนแล้วส่วนมากเนี่ยใบจบทั้ง FCE และ CAE จะสามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้ตลอดชีวิตเลยค่ะ
น้องๆ ที่เขาเรียนจบแล้วกลับไทยเนี่ยก็จะเอาไปแนบสมัครงานซึ่งน้องๆ บอกว่าตรงนี้เนี่ยเจ้านายหรือว่าทางบริษัท เนี่ยมีการให้ความสนใจมากและเวลาที่น้องไปสมัครงานเนี่ย เขาก็จะถาม เพราะที่ไทยยังไม่ค่อยรู้จัก ที่ไทยจะรู้จักแต่ IELTS ,TOEIC , TOEFL ซึ่งน้องๆ บอกว่าอันนี้เป็น Point มากค่ะหนูสามารถพูดได้เลยว่าคืออะไรแล้วก็ทำให้ได้งานด้วยค่ะ

นี่ก็จะเป็นคอร์สทั้งหมดของโรงเรียนเรานะคะ น้องๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ Impact English หรือสอบทางกับทาง York Institute ได้เลยค่ะ

York: แล้วเรื่องเวลาเรียน ปกติแล้วจะเรียนประมาณกี่ชั่วโมงคะ เพราะน้องๆ หลายๆ คนกังวลว่า เรียนกี่ชั่วโมงแล้วเขาจะมีเวลาไปทำงานมั้ย เพราะส่วนใหญ่นักเรียนไทยก็จะ อยากทำพาร์ทไทม์

พี่แน็ต Impact : ตารางสอน General English ตั้งแต่ Pre Intermediate ถึง Advance จะเป็นคอร์สที่เรียน ตอนเช้า ส่วน Elementary จะเรียนตอนบ่ายค่ะ
ส่วน Extreme English IELTS Barista Cambridge English Business English
จะเรียนตอนบ่ายค่ะ แต่ ณ ตอนนี้ New Normal ตารางก็อาจจะเปลี่ยนแปลงนิดนิดค่ะ
แต่ถ้าปกติแล้ว General English จะเป็นเช้าและคอร์สที่เหลือก็จะเป็นตอนบ่ายค่ะแล้วก็เราเรียน 20 ชม. ต่อสัปดาห์ค่ะ เรียนวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ภาษาอังกฤษโรงเรียนเราเรียนเยอะเรียน 5 วัน เพราะว่าเวลาที่น้องๆ เข้ามาที่โรงเรียนน้องๆ ได้มีการฝึกฝน ทางโรงเรียนเชื่อว่าน้องๆที่เข้ามาเรียนที่นี่วันจันทร์ถึงศุกร์เนี่ยจะได้ภาษาและได้พัฒนามากกว่าการมาเรียนในจำนวนวันที่น้อยกว่านี้ค่ะ เพราะว่าเสาร์อาทิตย์ เชื่อว่าน้องๆพออยู่บ้านก็มักจะอยู่กับคนที่มาจากประเทศเดียวกันแล้วก็จะทำให้น้องๆ ไม่ได้ฝึกภาษาอังกฤษเท่าที่ควร โรงเรียนก็เลยจัดตารางสอนเป็น 5 วัน ค่ะ

York: ดีเลยค่ะ แล้วปกติถ้าเป็นรอบเช้าน้องๆ จะเข้าเรียน กี่โมง ถึง กี่โมง คะ

พี่แน็ต Impact : เช้าจะเริ่มเรียนที่ 08:50 – 13:15 ค่ะ ตอนบ่ายจะเริ่มที่ 13:20 – 17: 45 ค่ะ

York: ถือว่าช่วงเวลาเรียนโอเคเลยนะคะ

พี่แน็ต Impact : ใช่ค่ะ น้องๆ ก็มีงานทำกันที่นี่ เดี๋ยวพี่แนตจะเล่าให้ฟังค่ะ

York: งั้นตอนนี้พูดถึงเรื่องราคากันดีกว่าค่ะ ค่าเรียนเป็นยังไงบ้างคะ

พี่แน็ต Impact : ต้องบอกก่อนว่าราคาค่าเรียนทุกคอร์สของโรงเรียน Impact ราคาเท่ากัน ที่ Impact ปกติราคาเต็มอยู่ที่ 370 AUD แต่ตอนนี้โปรโมชั่นของ Melbourne จะอยู่ที่ 290 AUD ต่อสัปดาห์ และที่ Brisbane จะอยู่ที่ 270 AUD ต่อสัปดาห์ค่ะ

York: คิดเป็นเงินไทยก็จะประมาณ 6,000 – 7,000 บาท ต่อสัปดาห์

พี่แน็ต Impact : และโปรโมชั่นตอนนี้สมัครเรียน 10 สัปดาห์ ฟรีอีก 1 สัปดาห์ ค่ะ และเราก็ไม่เก็บค่าใช้จ่ายในการสมัคร และไม่เก็บค่าใช้จ่ายในการแบ่งจ่ายค่าเรียน ด้วยค่ะ

York: ดีเลย ใจดีมากๆ ค่ะ

พี่แน็ต Impact : โปรโมชั่น 10 แถม 1 สมัครภายในเดือนกรกฏาคมนี้เท่านั้นนะคะ

York: ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจสามารถติดต่อ ทาง York ได้เลยนะคะ ถามถึงเรื่องครูผู้สอนนิดนึงนะคะ ปกติทาง Impact มีวิธีการคัดเลือกครูผู้สอนที่จะมาสอนที่ Impact ยังไงบ้างคะ

พี่แน็ต Impact : โอ้โห อันนี้จะบอกว่าเป็นการคัดเลือกที่เข้มข้นมากจริงๆ ค่ะ คุณครูผู้สอนที่นี่จะสอนภาษาอังกฤษได้ก็จะต้องมี TESOL อยู่แล้วนะคะ ซึ่่งเป็นเหมือนใบอนุญาติการสอนภาษาอังกฤษ
ในประเทศออสเตรเลียนะคะ แล้วก็คุณครูบางท่านก็เป็น Examiner เก่าในการดู IELTS
นี่ก็เป็นข้อมูลคร่าวๆ ในการคัดสรรคุณครูเข้ามาสอนน้องๆ นะคะ นอกจากนี้เวลาที่คุณครูเข้ามาสอนแล้วเราก็จะมีการสัมนาหรือ Training กับคุณครูด้วยนะคะ เพื่อที่จะให้คุณครูหลายๆ ท่านจะได้ Train และแลกเปลี่ยนเทคนิค ในการสอนกันด้วยค่ะ นี่คือสิ่งที่ Impact ทำนะคะ

York: เรียกได้ว่ามีครูผู้สอนที่มีคุณภาพนะคะ มีการคัดเลือกมานะคะ

พี่แน็ต Impact : ใช่ค่ะ แล้วคุณครูทุกคนก็เป็น Native speaker ด้วยนะคะ เป็นฝรั่งทั้งหมดค่ะ

York: เคยได้ยินมาว่า ทาง Impact มีกฏ English Only ในโรงเรียนด้วย ต้องถามว่า English Only ใน Impact เนี่ยประสบความสำเร็จยังไงบ้างคะ

พี่แน็ต Impact : ค่ะ อันนี้จะเรียกว่า English Only Policy ที่น้องๆ มาตั้งแต่วันแรกก็จะรู้เลยเพราะเราจะเน้นตั้งแต่วันแรก และเราจะมีป้าย English Only อยู่ทั่วโรงเรียนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบันไดหนีไฟ การรับโทรศัพท์ หรือการเข้าห้องน้ำ อันนี้น้องๆจะใช้เฉพาะ ภาษาอังกฤษเวลาที่อยู่ที่โรงเรียนเท่านั้นค่ะ น้องจะทราบกฏนี้ตั้งแต่ วันที่มา Orientation เลยค่ะ เราจะแจ้งกับน้องๆ ตั้งแต่วันนั้นเลย กฏนี้เราบังคับใช้จริง และมีการลงโทษด้วยค่ะ

การมีกฏนี้เนี่ยไม่ได้ทำให้น้องๆ กลัวนะคะแต่เป็นอย่างนึงที่ทำให้น้องๆ หลายๆ คนเลือกมาเรียนที่ Impact เพราะว่า English Only เนี่ยช่วยทำให้น้องๆ ที่เรียนที่นี่พัฒนาภาษาได้เร็วขึ้นด้วย ถ้าไปดูรีวิวต่างๆ ก็จะเห็นเลยว่าสิ่งที่ทำให้เขาพัฒนาได้มากและเร็วขึ้นเวลามาเรียนก็คือ English Only ด้วยค่ะ มันก็เป็นการฝึกให้น้องๆด้วยนะคะเพราะโรงเรียนให้พูดแต่ภาษาอังกฤษ ไม่ให้พูดภาษาบ้านตัวเองจะพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดภาษาอังกฤษ แม้แต่พี่แนตก็ด้วยนะคะพี่แนตก็ไม่สามารถพูดภาษาไทยในโรงเรียนได้เหมือนกันค่ะ แต่จะมีห้อง Consult ที่จะสามารถพูดภาษาไทยกับน้องๆ ได้เท่านั้นค่ะ เวลาอยู่ที่โรงเรียนก็จะพูดแต่ภาษาอังกฤษกันนะคะ เดี๋ยวจะเห็นตอนที่พี่โอ๊ตทำ วีดีโอทัวร์นะคะ พี่โอ๊ตก็จะต้องพูดภาษาอังกฤษนะคะ

York: เรียกได้ว่าเป็นกฏที่ไม่ใช่แค่นักเรียนต้องปฏิบัติเท่านั้นแต่รวมถึงเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนด้วยก็ต้องทำตามกฏนี้อย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกันนะคะ

พี่แน็ต Impact : ใช่ค่ะ

York: แล้วเรื่องกิจกรรม คลาสเสริมต่างๆ ที่ Impact มีกิจกรรมอะไรบ้างคะ ช่วยยกตัวอย่างให้น้องๆ ได้ฟังกันหน่อยค่ะ

พี่แน็ต Impact : ได้เลยค่ะ ปกติแล้วเราจะมีกิจกรรมทุกวันทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่ายค่ะ สำหรับน้องที่เรียนช่วงบ่ายจะมาทำกิจกรรมในตอนเช้าค่ะ และน้องที่เรียนช่วงเช้าจะไปเข้าร่วมกิจกรรมในตอนบ่ายค่ะ กิจกรรมที่มีนะคะ อย่าง เช่น Pronunciation Club เป็นการฝึกออกเสียง อันนี้น้องๆ เด็กไทยชอบมาก เวลาที่ฝึกออกเสียงเนี่ย คนไทยจะมีสำเนียงนึงแต่ถ้าอยากได้สำเนียงฝรั่งก็จะมาฝึก ในกิจกรรมนี้ค่ะ แล้วก็จะมี Conversation Club มี Sing lish อันนี้ไม่ได้สอนร้องเพลงนะคะแต่เป็กนการสอนภาษาอังกฤษจากเพลง จะมีการสอนออกเสียง สอนเติมคำศัพท์จากเพลง หรือว่าการสอนคำศัพท์จากเพลงด้วย และนอกจากนี้ก็จะมี Study Help ด้วย นะคะ พี่แนตลืมบอกไปว่าที่นี่จะมีห้องสมุด และจะมี Study help อยู่ที่ห้องสมุด ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คุณครูนี่แหละค่ะจะคอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษาน้องๆ ในเรื่องของการเรียน นะคะ น้องสามารถไปขอ Study help ได้ตรงนั้นค่ะ

กิจกรรม Job Club ค่ะ เกี่ยวกับเขียน Resume สมัครงาน วิธีการไปสัมภาษณ์งาน ก็จะมีคุณครูคอยให้คำแนะนำใน Club นี้นะคะ
กิจกรรม Writing Club ก็คือการฝึกเขียนนะคะน้องๆ ก็จะไปฝึกเขียนกันใน Club นี้ แล้วก็นอกจากนี้เนี่ยก็จะมี Exploration ปกติเราจะมีทุกๆ วันพุธ เราจะพาน้องๆ ออกไปข้างนอกออกไปทัวร์ ข้างนอก ค่ะ อันนี้น้องจะต้องมาลงชื่อร่วมกิจกรรมไว้ก่อนนะคะ จะเป็นการพาไปทัวร์เล็กๆ อย่างพวก อควาเรี่ยม มิวเซียม อะไรพวกนี้ค่ะ

York: แล้วกิจกรรมพวกนี้มีค่าใช่จ่ายมั้ยคะ

พี่แน็ต Impact : ไม่มีค่ะ ฟรี แต่บางครั้งอาจจะมีในเวลาที่เราพาออกไปข้างนอกอย่างเช่นค่าเข้า อควาเรี่ยม แต่ก็จะเป็นราคานักเรียนซึ่งจะถูกมากๆ กว่าปกติ ค่ะ

York: เท่าที่เคยได้ยิน Feed back จากน้องๆ มา คือเขาก็จะบอกว่าที่ Impact ดูแลนักเรียนดีมาก
อยากรู้ว่าขั้นตอนการดูแลนักเรียนว่าหลังจากที่น้อง Orientation (ปฐมนิเทศน์) เสร็จแล้วเนี่ยมีอะไรยังไงบ้างคะ

พี่แน็ต Impact : ค่ะ ก็อันนี้ขอบอกเลยว่าเรายืนหนึ่งมาตลอดเรื่องการดูแลน้องๆ นะคะ ก็คือว่าน้องๆ เนี่ยวันแรกที่มาถึง Orientation เนี่ย ก็จะเริ่มตั้งแต่พี่ๆ Reception เลย ก็จะแนะนำพาน้องๆ เข้าไปนั่ง Orientation พอเสร็จจากตรงนี้เจ้าหน้าที่ก็จะโทรเรียก Student advisor ของแต่ละประเทศ เรามีทั้ง เกาหลี ญี่ปุ่น บราซิล โคลัมเบีย และไทย เราก็จะลงไปรับน้องๆแต่ละประเทศ เราก็จะทำกระดาษนัดให้น้องๆ คนละ 1 แผ่นเป็นการแนะนำตัวในนั้นก็จะมีรายละเอียด English Only policy เป็นแบบนี้นะ ราคาคอร์สทุกคอร์สเท่ากันนะสามารถเปลี่ยนคอร์สเรียนได้ด้วยเมื่อ Level ถึงจะเป็นกระดาษสรุปรายละเอียดต่างๆ ให้น้องๆ และก็จะมีการนัดทำ First Meeting ก็คือการนัดคุยตัวต่อตัวกับน้องๆที่มาใหม่กับพี่แนต หรือเจ้าหน้าที่ Student advisor ท่านอื่นๆ

ภายในอาทิตย์แรก เดี๋ยวน้องๆ ก็จะต้องมาหาพี่แนต พอมาหาเราก็จะรู้จักคุ้นเคยกันและน้องๆ ก็จะได้รู้สึกอบอุ่นมั่นใจมากขึ้น ว่าที่นี่มีพี่แนตนะ พี่แนตก็จะช่วยดูแลเรื่อง น้องๆเปิดบัญชีหรือยัง มี Myki Card ที่ใช้เดินทางหรือยังหรือว่าประกันทำเรียบร้อยหรือยังรับบัตรได้วันไหน พี่แนตก็จะดูแลและแนะนำตรงนี้ด้วยนะคะ

และที่สำคัญที่สุดก็เรื่องที่พี่แนตเกริ่นไปคือการเปลี่ยนคอร์ส เพื่อที่จะทำ Study plan วางแผนการเรียนให้น้องๆโดยส่วนมากน้องๆโดยส่วนใหญ่ที่มาก็จะลงเป็น General English มาค่ะ แต่โรงเรียนเรามีตั้ง 6 คอร์สจะไปยังไงดีเอ่ย อย่างน้องบางคนมาบอกว่า หนูอยากเรียน Barista มากเลย พี่แนตก็เขียนแผนการเรียนให้ว่าว่าน้องจะต้องขึ้นไปอยู่เลเวลนี้นะ ถึงจะเรียนได้ เขาก็จะเริ่มมีเป้าหมาย พอน้องๆ มีเป้าหมายนี่เขาก็จะ ตั้งใจเรียนมากขึ้นเพื่อที่เขาเนี่ยจะได้ไปเรียนในคอร์สอื่นๆ ที่อยากเรียนค่ะ

แล้วก็พอน้องไปเข้าห้องเรียนคุณครูจะดูแลในเรื่องการเรียน ที่นี่จะมีการ Interview (สัมภาษณ์) ระหว่างคุณครูกับนักเรียนด้วยค่ะ พอน้องๆ เรียนไปแล้ว 5 สัปดาห์ คุณครูก็จะมีการคุยกับน้องๆว่า การ ฟัง พูด อ่าน เขียน ของน้องๆเป็นยังไง ตรงไหนดีแล้ว แล้วตรงไหนต้องพัฒนา อันนี้คุณครูก็จะช่วยดูแลด้วยนะคะจนสุดท้ายน้องเรียนจบจนได้ใบประกาศเนี่ยพี่แนตก็จะมีการ Say Goodbye (บอกลา) กัน ช่องทางการติดต่อของน้องๆ กับพี่แนตเนี่ยจะติดต่อกันใกล้ชิดด้วย Facebook ค่ะ ถ้าพี่แนตมีอะไรด่วนๆ ก็จะมีการประกาศใน Facebook ค่ะ หรือถ้าน้องๆ มีอะไรด่วนก็สามารถโทรหาพี่แนตได้ทาง Messenger ค่ะ ติดต่อกับพี่แนตได้ตลอดพี่แนตคอยดูแลน้องตลอดค่ะ

York: เรียกได้ว่าดูแลตั้งแต่มาเรียนจนเรียนจบประสบความสำเร็จกันเลยเนอะ
แล้วดูแลกันดีแบบนี้มีเคสตัวอย่างน้องๆ ที่ประสบความสำเร็จในการเรียนจากที่ พี่แนต พี่โอ๊ต Consult (ให้คำปรึกษา) ในการเรียนต่อหรือทำงาน ตามเป้าหมายของน้องๆ บ้างมั้ยคะ

อ่านบทสัมภาษณ์ตอน 2 ต่อได้ที่ link ด้านล่างนี้เลยนะคะ

(ตอน 2) live สดจาก Melbourne ทัวร์สถาบันภาษา Impact English College กับคุณแนต, คุณโอ๊ต และคุณ Mike, Student Advisor

เรียนต่ออังกฤษ

เรียนภาษาที่อังกฤษ

เรียน High school ที่อังกฤษ

เรียน Certificate ที่ออสเตรเลีย

เรียนต่ออเมริกา

เรียนภาษาที่อเมริกา

เรียนปริญญาตรีที่อังกฤษ

เรียน Diploma ที่ออสเตรเลีย

เรียนต่อออสเตรเลีย

เรียนภาษาที่ออสเตรเลีย

เรียนปริญญาโทที่อังกฤษ

เรียนปริญญาตรีที่ออสเตรเลีย

เรียนต่อนิวซีแลนด์

เรียนภาษาที่นิวซีแลนด์

เรียน High school ที่อเมริกา

เรียนปริญญาโทที่ออสเตรเลีย

เรียนต่อแคนาดา

เรียนภาษาที่แคนาดา

เรียนปริญญาตรีที่อเมริกา

เรียนแฟชั่นที่ Marangoni

เรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์

เรียนการโรงแรมที่สวิตเซอร์แลนด์

เรียนปริญญาโทที่อเมริกา

เรียนทำอาหารที่ Le Cordon Bleu

York Institute 90 Fifty Fifth Thonglor, Unit 4L4 (4th. Fl.), Sukhumvit 55 (Thonglor 2), Bangkok 10110 THAILAND Tel: (66) 2-009-1172, (66) 94-916-1644, (66) 94-661-9626 Email: info@york-institue.com Copyright © 2019 All Rights Reserved.