02-009-1172, 094-916-1644, 094-661-9626 @york-institute

Blogs

(ตอน 1) live สดกับคุณดาว เจ้าหน้าที่โรงเรียนมัธยมฯ 2 แห่ง Adcote School และ Myddelton College ประเทศอังกฤษ

วันนี้คุณดาวมาให้ข้อมูลแบบละเอียดยิบทั้งเรื่องระบบการศึกษาในระดับมัธยมของประเทศอังกฤษ, หลักสูตร, การใช้ชีวิตของนักเรียนมัธยม, ค่าเรียน และอีกมากมาย คลิกที่ภาพเพื่อฟังสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ (หรือจะอ่านบทสัมภาษณ์ด้านล่างก็ได้ค่ะ)

 

 

York : สวัสดีค่ะ พี่เกลจาก York นะคะ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของการเรียนต่อระดับมัธยมที่ประเทศอังกฤษนะคะ และวันนี้พี่เกลไม่ได้มาคนเดียวนะคะก็จะมีแขกรับเชิญของเรามาด้วยนะคะ สวัสดีค่ะคุณดาว

IQ School Group : สวัสดีค่ะคุณเกล

York : ค่ะเดี๋ยวให้คุณดาวแนะนำตัวกับน้องๆ ก่อนเลยค่ะ

IQ School Group : ได้ค่ะ ขอแทนตัวเองว่าพี่ดาวแล้วกันนะคะ พี่เป็น Regional admission ของ IQ School Group โรงเรียนประจำที่ประเทศอังกฤษค่ะก็จะมี 2 โรงเรียนในเครือนะคะคือ Adcote School และ Myddelton College ค่ะ พี่ดาวประจำอยู่ที่ประเทศไทยนะคะ  คอยดูแลประสานงานตั้งแต่ใบสมัครของน้องๆ นะคะและพูดคุยเพิ่มเติมกับผู้ปกครองค่ะ

York : ทีนี้น้องๆ ก็อาจจะสงสัยกันแล้วว่า 2 โรงเรียนนี้เป็นยังไงบ้างนะคะเรียนกันยังไงเดี๋ยวจะยกหน้าที่นี้ให้กับคุณดาว Present โรงเรียนก่อนเลยนะคะ

IQ School Group : ได้ค่ะ พี่ดาวขอเริ่มเป็นเรื่องระบบการศึกษาในประเทศอังกฤษกันก่อนเลยนะคะน้องๆ จะได้เห็นภาพมากขึ้นเผื่อใครที่ยังสงสัยว่าจะไปเรียนตอนอายุเท่าไหร่  จะเข้าชั้นไหนอะไรแบบนี้ค่ะ จะได้รู้ข้อมูลตรงนี้เพิ่มเติมนะคะ เดี๋ยวพี่จะขอแชร์สกรีนนะคะ

เดี๋ยวพี่ดาวจะขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาในประเทศอังกฤษนะคะในนี้เป็นระบบการเรียนของอังกฤษนะคะ ก็จะคล้ายๆ บ้านเราคือเริ่มต้นด้วยระดับอนุบาล ประถม มัธยม จนถึง มหาวิทยาลัยนะคะโดยที่ในระดับโรงเรียนเนี่ยเราอาจจะเคยได้ยินคำว่า Key Stage ของประเทศอังกฤษนะคะ ซึ่งเขาจะมีตั้งแต่ Key Stage 1 จนถึง Key Stage 5           

โดยที่เริ่มที่  Year 1 ซึ่งเราจะเรียกว่า Primary ก็คือระดับประถมบ้านเรานะคะ Year 1 ไปจนถึง Year 13 โดยที่เขาจะแบ่งเป็นช่วงนะคะ โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กต่างชาติที่ไปเรียนจะสามารถรับเข้าไปเป็นนักเรียนประจำได้ตอนช่วงประมาณ Year 7 คือ Key Stage 3         ซึ่งจะอายุประมาณ 11 ปีนะคะ ไล่ไปจนถึง GCSE อันนี้อาจจะเคยได้ยินกันบ่อยๆนะคะ  เป็นระบบอังกฤษนะคะคือ Year 10-11 ค่ะแล้วก็ต่อด้วย 2 ระดับสุดท้ายคืือ Year 12-13 หรือเราเรียกกันว่า Sixth Form หรือถ้าเป็นตัวคุณวุฒิก็คือ A Level นะคะหลังจากจบ Year 13 ปุ๊ปก็จะเข้าสู่มหาวิทยาลัยปี 1 ค่ะอันนี้คือระบบโรงเรียน ทีนี้ลองเทียบอายุให้ดูค่ะ

อย่างที่แจ้งไปค่ะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเราจะสามารถรับเด็กต่างชาติเข้ามาเป็นนักเรียนประจำได้ตอนอายุ 11 นะคะก็คือช่วง Year 7 แต่ถ้าถามว่าเราสามารถรับอายุน้อยกว่านี้ได้มั้ยคือจริงๆ แล้ว Adcote School อ่ะค่ะโรงเรียนที่เป็นหญิงล้วนเนี่ยสามารถรับน้องๆ อายุต่ำกว่า 11 ปี ได้ค่ะอายุน้อยที่สุดที่เรามีตอนนี้ก็คือ 9 ปี ค่ะ Year 5 ก็เป็นน้องเด็กไทยนี่แหละค่ะ ซึ่งไปเรียนตั้งแต่ปีที่แล้ว ช่วงอายุส่วนใหญ่ที่เด็กไทยจะตัดสินใจไปเรียนกันจะอยู่ที่ประมาณ 14-15 ปีนะคะ ช่วง 14-15 นี่จะเป็นช่วง GCSE หรือว่า Year 10 ค่ะแล้วก็ไล่ไปหลังจากนั้นก็จะเป็นช่วงอายุ 16 ก็จะเป็น A Level ค่ะ

A Level เนี่ยจะเป็นการเรียน 2 ปี Year 12-13 ก่อนที่จะมีข้อสอบตอน Year 13 แล้วก็เข้าสู่มหาวิทยาลัยค่ะ A Level เป็นคุณวุฒิดั้งเดิมของอังกฤษนะคะ เวลาเด็กนักเรียนที่วางแผนว่าจะเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ โดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ยมหาวิทยาลัย Top ก็จะขอ A Level

สำหรับการเปิดเรียนในอังกฤษนะคะ

ทอมหลักของเราก็จะเป็น Autumn Term ตั้งแต่ Sep-Dec

เทอมที่ 2 Spring Term จะเริ่มตั้งแต่ Jan จนถึง Mar หรือต้น Apr

เทอมสุดท้าย Summer Term ตั้งแต่กลาง Apr ไปจนถึง July

ตอนนี้เด็กๆ เขาก็เพิ่งจบกันนะคะ สำหรับเด็กนักเรียนที่สมัครเข้าเนี่ยเราสามารถพิจารณาได้อยู่ 2 เทอมหลักก็คือ Autumn Term Sep กับ Spring Term Jan แต่ว่าถ้าจะให้แนะนำจริงๆ เนี่ยอยากให้สมัครเป็น Autumn Term มากกว่าน้องๆ จะได้เรียนแบบเต็มปีนะคะแต่ว่าตอนนี้เนื่องจากว่ามีเหตุการณ์ Covid-19 คนก็เลยยังไม่มั่นใจว่าจะไปดีหรือไม่ไปดีนะคะถ้ายังไม่ไป September 2020 นี้ ก็ไป January 2021 ได้นะคะแต่ก็ขึ้นอยู่กับ Year Group ที่นักเรียนสมัครด้วยนะคะถ้าเป็นตั้งแต่ Year 9 ลงมาเนี่ยไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นระดับ GCSEหรือ A Level ขึ้นไปก็จะต้องดูนิดนึงว่าน้องภาษาอังกฤษต้องแข็งแรงแล้วก็ Academic ต้องได้พอสมควรเพราะเหมือนกับว่าเขาจะหายไป 1 เทอมต้องไปตามเก็บทีหลังนะคะ

ต่อไปเราจะไป Present ให้น้องๆ ดูระหว่าง 2 โรงเรียนนี้ที่พี่ดาวเป็นตัวแทนอยู่นะคะ Adcote School ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วนนะคะแล้วก็ Myddelton College นะคะเป็นโรงเรียนสหศึกษารับได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนะคะอย่างที่บอกนะคะ พี่ดาวเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลรับสมัครเด็กนักเรียนของ IQ School Group ซึ่งเรามี 2 โรงเรียนนะคะ Myddelton College และ Adcote School ค่ะ และนี่คืออาคารเรียนหลักของทั้ง 2 โรงเรียนนะคะไซส์ก็จะต่างกันค่ะแต่ความเก่าก็จะไล่เลี่ยกันนะคะ ก็จะดูมีเวทมนต์นิดนึงเหมือนแฮรี่พอตเตอร์นะคะ 🙂 เด็กๆ ก็จะชอบพูดกันว่าอาคารเหมือนแฮรี่พอตเตอร์เนื่องจากว่าตึกเก่าๆ ของที่อังกฤษก็จะน่าตาประมาณนี้ค่ะ

เรามาเริ่มกันที่ Myddelton College นะคะ ซึ่งเป็นโรงเรียนสหศึกษา เป็นโรงเรียนที่เน้น การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนนะคะ แล้วก็เราเป็นโรงเรียนที่เป็น Final list สำหรับ Independent school นะคะเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา และเป็นโรงเรียนที่เป็น Microsoft show case school นะคะได้รับการ Support Software ต่างๆ จาก Microsoft นะคะเพื่อรองรับศตวรรษที่ 21 เนอะทุกคนก็จะต้องมีความคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีต่างๆนะคะ อันนี้จะเป็นวีดีโอโรงเรียนสั้นๆ นะคะให้เห็นบรรยากาศ

York : ค่ะ

IQ School Group : จริงๆ โรงเรียนก็ค่อนข้างใหญ่พอสมควรนะคะ มี Facility ในโรงเรียน สนามเทนนิส Sport Hall ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ จะสังเกตุว่าเก็กนักเรียนจะใช้แทปเล็ต หรือ ไอแพด ในการเรียนทั้งหมดนะคะ คลาสเรียนจะค่อนข้างเล็กนะคะประมาณไม่เกิน 18 คน บางคลาสอาจจะ 5 คน ขึ้นอยู่กับวิชาที่เลือกเรียนค่ะ

Myddelton College ตั้งอยู่ที่ North Wales นะคะทางตอนเหนือใกล้กับ Manchester หรือ Liverpool นะคะ โดยปกติแล้วน้องๆ เด็กไทยเขาจะบินไปลงที่ Manchester ค่ะแล้วก็จะมีรถโรงเรียนไปรับจากสนามบินจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งนะคะถ้าถามว่าเด็กสามารถไปลง London ได้มั้ยก็ทำได้นะคะแต่ว่าการเดินทางจาก London มาที่นี่อาจจะใช้เวลาพอสมควรนะคะ

Myddelton College รับเด็กตั้งแต่อายุ 9 ปี ถึง 18 ปี นะคะและที่บอกไปว่าโดยส่วนใหญ่เด็กต่างชาติเราจะรับที่อายุ 11 ปี แต่ว่าปีหน้าเป็นต้นไปโรงเรียนอาจจะขอ License เพิ่มเพื่อรับเด็กที่มีอายุต่ำลงนะคะเนื่องจากว่าเราพบว่ายิ่งทุกปีเด็กก็จะยิ่งอายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่อยากมาเรียนต่างประเทศนะคะอย่างที่บอกว่าเราตั้งอยู่ที่ North Wales นะคะจะแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีอุทธยานใกล้ๆ มีนักเรียนมาเรียนมากกว่า 25 ประเทศนะคะ 1 ในนั้นก็จะเป็นนักเรียนไทยนะคะและตอนนี้ September ที่จะกลับไปเรียนเนี่ยก็มี 2 คน และมีเด็กใหม่ 1 คน นะคะและก็มีเด็กที่จบการศึกษาเมื่อปีที่แล้วค่ะแล้วเขากลับมาเข้าเรียน Inter ที่บ้านเราเข้าเรียนบัญชี ที่ จุฬา ค่ะเนื่องจากว่าคุณแม่เขาจบบัญชีเลยอยากให้น้องต่อบัญชี

เรามีโปรแกรมที่เรียกว่า Learning Through The Outdoor (LTTO) ที่เป็นจุดเด่นของโรงเรียนค่ะเราจะมีการพาเด็กๆ ออกไปทำกิจกรรมข้างนอกในทุกๆ 2 สัปดาห์นะคะเดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมนะคะแล้วก็อย่างที่บอกนะคะ โรงเรียนรองรับศตวรรษที่ 21 ในการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนนะคะและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ค่อนข้างโดดเด่นนะคะ

Myddelton College ต้องการสอนให้เด็กๆ ได้รู้จักการแก้ปัญหานะคะข้ามผ่านอุปสรรค หรือที่เรียกว่า Resilience นะคะส่วน Scholarship เนี่ยเราอยากให้เด็กมีความกระตือรือล้นในการเรียนไม่ย่อท้อและสัมฤทธิ์ผลอย่างที่เขาต้องการค่ะ รวมถึง Fellowship เนี่ยเราให้ความหมายว่าการที่เด็กเนี่ยควรรู้จักการเอื้อฟื้อเผื่อแผ่กับคนรอบข้างอยู่ในสังคมก็ต้องช่วยเหลือกัน อันนี้คือ 3 สิ่งที่ Myddelton College อยากสอนให้เด็กๆทุกคนติดตัวไปหลังจากจบจากเราไปแล้วนะคะ โปรแกรมที่ Myddelton College เปิดสอนก็จะเป็นระบบอังกฤษดั้งเดิมนะคะก็คือ GCSE แล้วก็ A Level ค่ะ

ส่วนโปรแกรมอื่นๆ เรามี Immersion Program ซึ่งอันนี้เป็น Short Term Program ที่เด็กไทยค่อนข้างสนใจก็คือการไปเรียนในระยะสั้นเดี๋ยวไว้เรามาคุยรายละเอียดเพิ่มเติมกันนะคะ

York : ค่ะ

IQ School Group : รวมถึง Summer School เนี่ยส่วนใหญ่จะเป็นช่วง July-August ในช่วงโรงเรียนปิดเทอมใหญ่นะคะ แต่ปีนี้เราอาจจะไม่ได้มี Summer School แต่ปีก่อนๆ ที่ผ่านมาเนี่ยเรามีค่ะ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะเห็นได้ว่าเราค่อนข้างโดดเด่นในเรื่อง Stem B ก็คือย่อมาจาก Science, Technology, Engineering, Math, Business ค่ะซึ่งนักเรียนได้ A-Star ถึง A ซึ่งก็ค่อนข้างเยี่ยมเลยทีเดียวส่วน GCSE คือ 100% ผ่านนะคะ อันนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่นักเรียนเข้าเรียนได้ในปีที่ผ่านมานะคะ ก็ค่อนข้างเป็น U Top ค่ะ

ปีนี้เราก็มีนักเรียนได้ใบตอบรับจาก UCL นะคะคาดว่าเขาน่าจะตอบกลับค่ะ

คาดว่าเราน่าจะมี Oxford และ Cambridge เพิ่มเติมแต่ว่าไม่ใช่ทุกคนนะคะที่อยากเข้า 2 มหาวิทยาลัยนี้เพราะว่าก็ขึ้นอยู่กับ สาขาที่เขาอยากเรียนด้วยนะคะ

York : ค่ะ

IQ School Group : ลงลึกในส่วนของ Microsoft show case school อย่างที่บอกว่าเราใช้ Software จาก Microsoft ทำให้เด็กเนี่ยเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะคะจากภาพก็จะเห็นว่าเด็กใช้ไอแพด หรือ แทปเล็ตทั้งหมดนะคะไม่ว่าจะเป็นเรียนในห้องเรียนการส่งการบ้านการทำการบ้านทุกอย่างนะคะ

อันนี้เป็นน่าตาของโปรแกรมต่างๆที่เราใช้ในระหว่างที่เด็กต้องเรียนออนไลน์นะคะ    เด็กไทยที่กลับมาในช่วง Covid-19 นะคะ เขาก็บอกว่าการเรียนไม่ได้แตกต่างจากตอนเรียนที่อังกฤษเลยเพราะทุกอย่างก็อยู่หน้าจอเหมือนกันแต่ว่าอาจจะไม่ได้มีการนั่งเรียนร่วมกับเพื่อนๆ แค่นั้นเองแต้ว่ามีการพูดคุยกับครูได้ตามปกตินะคะ สามารถแชร์ไฟล์ หรือโพสวีดีโอต่างๆ ได้นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างของโปรแกรมนะคะเราใช้ Office365 หรือ OneNote ในการเรียนนะคะ เด็กก็จะคุ้นชินเนื่องจากว่าในภาพเนี่ยเราจะเห็นว่าเด็กเขาจะต้องเตรียมตัวมาก่อน ก่อนที่เขาจะเข้ามาเรียนเขาจะต้องหาข้อมูลมาก่อนพอมาถึงในห้องปุ๊ปเขาก็จะ Discuss กับครูหรือเพื่อนๆ ในห้องเรียนได้อย่างต่อเนื่องนะคะ อันนี้ก็เป็นงานต่างๆที่เด็กๆ เขาทำกันนะคะ เนื่องจากว่าทุกอย่างเป็นเทคโนโลยีหมดก็สามารถแปะวีดีโอหรือหรือสามารถเขียนคอมเมนท์ได้ทุกอย่างครูก็สามารถตรวจงานได้ทันทีคอมเมนท์ได้ทันทีนะคะก็เป็นข้อดีของการใช้เทคโนโลยีในการเรียนนะคะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่เสียเวลาส่วนโปรแกรมที่ได้เกริ่นไว้เมื่อสักครู่นะคะ Learning Through The Outdoors (LTTO)

จะเห็นว่าภาพบนเด็กนักเรียนเขาออกไปทำกิจกรรมที่วรรณอุทยานนะคะ ส่วนด้านล่างเนี่ยเป็นโปรแกรม CCF นะคะจะคล้ายๆ รด บ้านเราค่ะเป็นกิจกรรมที่เด็ก GCSE เขาสามารถเลือกได้ ถามว่าทำไมเด็กๆ เขาถึงอยากเรียน เพราะว่าทั้ง 2 กิจกรรมนี้เนี่ยจะสอนเขาในเรื่องทักษะต่างๆ อย่างเช่นทักษะการทำงานเป็นทีม การรู้จักการแก้ปัญหา การสื่อสารระหว่างกลุ่ม ที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ทำให้เขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ อาจจะไม่ใช่ไปเพื่อสนุกอย่างเดียวแต่ว่าได้มีทักษะอื่นเพิ่มเติมด้วยนะคะ กิจกรรมก็มีหลากหลายค่ะ เช่น ไปปีนหน้าผา ไปพายเรือ ไปเดินป่าแบบมีอุปสรรคเป็นด่านๆ ไปค่ะและนำไปเขียนเพิ่มเติมใน Persanol statement ได้ด้วยเวลาสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนะคะ

และอันนี้เป็นโปรแกรมสำหรับ Year 9 และ 8 7 6 5 ไล่ลงมานะคะจะได้ทำกิจกรรมนี้

ส่วนเด็ก Year 10 ขึ้นไปเนี่ยอาจจะมีครึ่งเทอมได้ทำหนึ่งครั้งหรืออาจจะเป็นวันเสาร์ได้ออกไปทำหนึ่งครั้งค่ะ เนื่องจากว่าโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำนะคะ Myddelton College จะมีหอพักทั้งหมด 4 หลัง ตั้งอยู่ในแคมปัสเดียวกับโรงเรียนเลยเรามี 4 หลัง แต่ปัจจุบันเราเปิดใช้อยู่ 2 หลัง เนื่องจากว่าจำนวนคนเรายังไม่ได้มีมากแต่ถ้ามีมากขึ้นก็จะต้องเปิดใช้หลังต่อๆ ไปค่ะหอพัก 2 หลัง นี้จะมีเจ้าหน้ที่คอยดูแล 24 ชั่วโมงเลยนะคะแล้วก็จะคอยช่วยเหลือถ้าเด็กนักเรียนเขาต้องการความช่วยเหลืออะไร หรือเจ็บป่วยก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด

หอพักแบ่งชายหญิงนะคะ โดยส่วนใหญ่ 1 ห้อง จะอยู่ 2 คนนะคะยกเว้นว่านักเรียนคนนั้นเนี่ยเป็น Head Boy หรือ Head Girl เขาจะได้สิทธิพิเศษในการอยู่เป็นห้องเดี่ยวค่ะแล้วก็จะมี Common Area ที่เด็กๆ เขาสามารถใช้ร่วมกันได้แล้วก็ครัวเล็กๆ นะคะ

ส่วนในช่วงปิดเทอมเนี่ยเราจะมีเบรคซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่นๆ เนี่ยเขาอาจจะต้องออกไปอยู่กับ guardian แต่โรงเรียนเราเนี่ยเด็กไม่จำเป็นต้องออกไปนะคะสามารถอยู่ที่โรงเรียนได้เลย โรงเรียนก็จะมีการดูแลตามปกติแค่ไม่มีการเรียนและไม่มีการชาร์จเพิ่มเติมค่ะยกเว้นว่าเด็กอยากไปทริปที่เขาจัดขึ้นอาจจะเป็นไป London ตรงนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายค่ะ รวมทั้งมีกิจกรรมให้ทำแล้วก็วันเสาร์แทบทุกเสาร์นะคะเด็กจะได้ออกไปข้างนอกอาจจะไปช้อปปิ้ง หรือไปสวนสนุกเป็นการผ่อนคลายจากการเรียนนะคะ

และนอกจากการเรียน วันจันทร์ ถึง ศุกร์ แล้วเนี่ยเด็กๆ เขาจะมีหนึ่งชั่วโมงหลังเลิกเรียนประมาณ 16:30 – 17:30 ตอนเย็น วันจันทร์ ถึง พฤหัส ก็สามารถเลือกทำกิจกรรมต่างๆที่เขาสนใจได้ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา หรือว่าใครจะเข้าเป็นคลับวิชาการก็ได้เช่นกันนะคะและเด็กไทยจะชอบมากก็คือ โยคะ เด็กๆ เขาบอกว่าเหมือนได้ผ่อนคลาย เนื่องจากว่าเราเป็นศูนย์เทรนนักเรียนที่ชอบกีฬาอย่างไตรกีฬาก็จะมีเป็นเด็กกลุ่มนึงที่เขาจะต้องไปฝึกทุกวันค่ะ จะเป็น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แล้วก็วิ่ง อย่างภาพที่เราเห็นด้านล่างค่ะ กลุ่มนี้เนี่ย 05:00 น. ก็ต้องตื่นมาวิ่งกันแล้วรอบโรงเรียนแล้วก็ฝึกถ้าน้องๆ นักเรียนคนไหนชอบกีฬาแบบนี้ก็สามารถไปเข้าร่วมได้นะคะส่วนดั้านบนเป็นกิจกรรมปีนหน้าผาในตัวโรงยิมของเรานะคะ ในโรงยิมสามารถทำกิจกรรมได้เยอะไม่ว่าจะเป็น บาสเก็ตบอล วอลเลย์บอล นะคะ มีส่วนที่เป็นคล้ายฟิตเนสด้วยค่ะรวมทั้งมีพวกกีฬาที่เป็นกีฬาดั้งเดิมของอังกฤษอย่างเช่น ฮอกกี้ หรือฟุตบอลก็มีทีมฟุตบอล ก็สามารถเลือกได้และจริงๆ โรงเรียนเนี่ยก็พยายามผลักดันให้เด็กๆ เลือกที่แตกต่างกันเพราะว่าการที่เด็กไปถึงอังกฤษแล้วบางอย่างที่เด็กไม่เคยลองทำเขาก็อยากให้ลองดู

และอันนี้เป็น Testimonial ของนักเรียนไทยที่มาเรียนที่นี่นะคะคือน้องพลอย น้องมาเรียนที่ Myddelton College ตั้งแต่ Year 10 นะคะปีนี้ก็ Year 12 แล้วสิ่งที่น้องประทับใจที่โรงเรียนก็คือได้เจอเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และเจ้าหน้าที่หรือครูเนี่ยให้ความช่วยเหลือและ เฟรนด์ลี่นะคะ ประกอบกับ Myddelton College อยู่ในโลเคชั่นที่ค่อนข้างเป็นชานเมืองดังนั้นก็จะสงบ น้องก็ชอบความสงบและรู้สึกไม่วุ่นวายและได้เพื่อนเยอะนะคะ

York : ค่ะ

IQ School Group : อันนี้ก็จะเป็นเรื่องการสมัครเรียนค่ะซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากนะคะ มีการเตรียมเอกสารการสมัครทั่วๆ ไปอย่างเช่น ทรานสคริปจากโรงเรียน หรือ School report มาสมัครโรงเรียนไม่ได้จำเป็นต้องใช้ IELTS ยื่นสมัครนะคะเพราะว่าเรามีตัวข้อสอบภาษาอังกฤษให้เด็กนักเรียนทำอยู่แล้ว รวมทั้งมีการสอบสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ที่อังกฤษนะคะเพื่อวัดระดับเกรดค่ะ

ทีนี้เราจะไปดูอีกโรงเรียนนึงนะคะเป็น Adcote School อันนี้เป็นโรงเรียนสำหรับเด็กนักเรียนผู้หญิงอย่างเดียวนะคะ Adcote School เนี่ยเปิดมาตั้งแต่ปี 1907 ก็ค่อนข้างยาวนานทีเดียวเป็นโรงเรียนที่มีขนาดเล็กนะคะและเราจะสามารถรับเด็กนักเรียนได้สูงสุดเนี่ยประมาณ 220 คนค่ะ ตอนนี้เรามีเด็กนักเรียนอยู่ประมาณ 190 คน โรงเรียนได้รับรางวัล Independent school association ในปีที่ผ่านมานะคะแล้วก็เป็น Final list ของ School of the year ด้วยค่ะ ถ้าเห็นจากตัวอาคารนะคะจะดูเหมือนเป็นบ้าน เพราะโรงเรียนเคยเป็นบ้านคนมาก่อน ก็จะดูเหมือนเป็นบ้านเล็กๆ น่ารักๆ อบอุ่นนะคะ

Adcote School รับเด็กตั้งแต่ 7 – 18 ปีค่ะ และเรามีน้องนักเรียนไทยที่เล็กที่สุดอายุ 9 ขวบเรียนอยู่ที่นี่นะคะก็จริงๆ มีเด็กชาติอื่นที่อายุต่ำกว่านี้ก็มีนะคะ อายุ 8 ปีก็มีค่ะเขาจะมีอยู่แก๊งนึง 4-5 คนที่เวลาไปไหนเขาก็จะไปเที่ยวด้วยกันค่ะ เรามีเด็กนักเรียนหลากหลายเชื้อชาตินะคะรวมทั้งเด็กนักเรียนจากไทย เวียดนาม มาเก๊า ฮ่องกง และก็ทางฝั่งยุโรปนะคะ สเปน ฝรั่งเศส ไนจีเรีย และคาซัคสถาน นะคะก็ค่อนข้างหลากหลายแต่ 70% จะเป็นเด็กอังกฤษค่ะที่เป็นเด็กไปกลับ ส่วนอีก 30% เป็นเด็กต่างชาติที่เป็นเด็กประจำค่ะ

Adcote School จะเน้นวิชาที่เป็น Stem เหมือนกันนะคะ ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงก็ตามแต่โรงเรียนก็ยังส่งเสริมเขาให้เรียนในวิชาเหล่านี้แล้วก็เราโฟกัสไปที่ Female Leadership นะคะพยายามเสริมทักษะเรื่องการเป็นผู้นำให้กับเด็กๆ โดยที่เด็กนักเรียน Year 12 เนี่ยจะได้เรียน Certificate of Business Management จาก CMI

CMI คือ Chartered Management Institute นะคะที่เขาจะมาสอนในเรื่องของการ Presentation หรือการเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเรียน รวมถึงทักษะในการบริหารงานค่ะ

อันนี้เป็นหน้าตาเมืองที่ Adcote School ตั้งอยู่นะคะ ตั้งอยู่ที่เมือง Shrewsbury โรงเรียนห่างจากตัวเมืองประมาณสัก 10 นาทีในการขับรถ เป็นเมืองน่ารักๆ ที่เหมาะกับเด็กผู้หญิง จริงๆ แล้วเป็นเมืองที่เป็นประวัติศาสตร์แต่ว่ามี ็ H&M,  ZARA มีทุกอย่างเลยเด็กๆ ก็จะชอบมากค่ะเวลาที่เขาได้ออกไปช้อปปิ้งค่ะ

เนื่องจากว่าเป็นโรงเรียนหญิงล้วนทุกอย่างก็จะดีไซน์มาสำหรับเด็กผู้หญิงค่ะ แล้วก็จะไม่รู้สึกเขอะเขินว่าจะมีเด็กผู้ชายมองเขายังไงแล้วก็โรงเรียนพยายามจะดึงศักยภาพของตัวเด็กๆ ออกมาให้ได้มากที่สุดนะคะ Adcote School มี Vision ที่อยากให้เด็กได้มีความมั่นใจ มีความเป็นผู้นำ มีส่วนร่วมในสังคม แล้วก็ประสบความสำเร็จ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆนะคะ รวมทั้งหมดนี้เรียกว่า Clear Learning ค่ะอันนี้คือสิ่งที่ครูใหญ่ให้ความสำคัญ และทุกๆ เทอมจะมีกิจกรรมที่เรียกว่า Challenge Day ในภาพก็จะเห็นว่าเด็กๆ เขากำลังทำอะไรกับเครื่องยนต์สักอย่างอันนี้ก็เป็นกิจกรรมนึงที่เขาทำกันในวัน Challenge Day ซึ่งเด็กๆ เขาแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มนึงคือเอาเครื่องยนต์มาถอดชิ้นส่วนออกและให้อีกกลุ่มนึงเอาชิ้นส่วนใส่กลับเข้าไปอันนี้ก็เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างท้าทายพอสมควรแล้วก็เด็กๆ เขาก็ได้รู้จักการแก้ปัญหาการทำงานเป็นทีมด้วยนะคะ

ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก็ค่อนข้างยอดเยี่ยมทีเดียวนะคะ 65% ก็ได้เกรด A Star ถึง B ค่ะแล้วก็ 100% เนี่ยก็สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตัวเองอยากเข้าได้นะคะ

อ่านบทสัมภาษณ์ตอน 2 ต่อได้ที่ link ด้านล่างนี้เลยนะคะ

(ตอน 2) live สดกับคุณดาว เจ้าหน้าที่โรงเรียนมัธยมฯ 2 แห่ง Adcote School และ Myddelton College ประเทศอังกฤษ

เรียนต่ออังกฤษ

เรียนภาษาที่อังกฤษ

เรียน High school ที่อังกฤษ

เรียน Certificate ที่ออสเตรเลีย

เรียนต่ออเมริกา

เรียนภาษาที่อเมริกา

เรียนปริญญาตรีที่อังกฤษ

เรียน Diploma ที่ออสเตรเลีย

เรียนต่อออสเตรเลีย

เรียนภาษาที่ออสเตรเลีย

เรียนปริญญาโทที่อังกฤษ

เรียนปริญญาตรีที่ออสเตรเลีย

เรียนต่อนิวซีแลนด์

เรียนภาษาที่นิวซีแลนด์

เรียน High school ที่อเมริกา

เรียนปริญญาโทที่ออสเตรเลีย

เรียนต่อแคนาดา

เรียนภาษาที่แคนาดา

เรียนปริญญาตรีที่อเมริกา

เรียนแฟชั่นที่ Marangoni

เรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์

เรียนการโรงแรมที่สวิตเซอร์แลนด์

เรียนปริญญาโทที่อเมริกา

เรียนทำอาหารที่ Le Cordon Bleu

York Institute 90 Fifty Fifth Thonglor, Unit 4L4 (4th. Fl.), Sukhumvit 55 (Thonglor 2), Bangkok 10110 THAILAND Tel: (66) 2-009-1172, (66) 94-916-1644, (66) 94-661-9626 Email: info@york-institue.com Copyright © 2019 All Rights Reserved.